บทที่ 3 ช่วงเวลาที่กลายเป็นความมืดอย่างแท้จริง 
 
เรื่อง ทาคายะ คางามิ
ภาพ ซาโอริ โทโยตะ (ไม่เอาภาพมาลงนะคะ ใครอยากเห็นไปส่องกระทู้ที่พันทิปแทนนะคะ)
แปล ซาคุรัมโบ
เบต้า คายา ไอ
 
 

 

ฆ่าให้หมด 

ฆ่าให้หมด 

คนที่จะกลายเป็นศัตรู ต่อให้เป็นผู้หญิงหรือเด็ก ก็ฆ่าให้หมด 

"............" 

ในที่สุด ก็กลายเป็นแบบนี้

เขาคิด

คิดว่า แล้วก็เป็นไปตามที่เขาคิดไว้

เมื่อชิออน อัสทาล กลายเป็นกษัตริย์ ในที่สุดก็จะลงเอยแบบนี้

"............"

ใช่ พันโทมิแรน ฟลอร์ด คิดเช่นนั้น

ผมยาวสีดำขลับถูกหวีลงอย่างเป็นระเบียบ รูปร่างสูงทว่าผอมบางเป็นเส้นตรง นิ้วเรียวยาวสวมแหวนสีดำแปลกตา

และใบหน้าที่ดูสงบจนน่าตกใจ แต่ดวงตาสีน้ำเงินดำนั้นทอแสงมืดมิดราวกับมีน้ำแข็งเกาะ

เหมือนแววตานั้นกำลังดูถูกดูแคลนทุกสิ่งทุกอย่าง เหมือนกำลังสาปแช่งให้จมดิ่งลงไปในความมืดมิด

ดวงตานั้นเรียวยาวและแหลมคม เขากำลังครุ่นคิดถึงสถานการณ์ของประเทศในขณะนี้

ประเทศที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งราชาวีรบุรุษ ชิออน อัสทาล ทุ่มเทสร้างมันขึ้นมา

ประเทศที่มีแสงสว่างชี้นำทาง ซึ่งในอดีตเคยเป็นโรแลนด์อันเสื่อมโทรม

เขานี่แหละคือราชาที่สามารถปกครองประเทศนี้ได้ ไม่สิ ปกครองโลกนี้ได้ต่างหาก ฟลอร์ดคิดเช่นนั้น

และเพื่อการนั้น ฟลอร์ดจึงตั้งใจจะแบกรับส่วนที่ดำมืดไว้

ทว่า

หน้าที่นั้นจบสิ้นแล้ว

ฝ่าบาทในตอนนี้......ถึงแม้จะรับส่วนที่มืดมิดที่สุดของโลกทั้งใบมา แต่ก็ไม่ได้สูญเสียแสงสว่างนั้นไปเลย

ฆ่าผู้หญิง

ฆ่าเด็ก

ทำการทดลองมนุษย์ต่อ

กวาดล้างเหล่าขุนนางที่ต่อต้าน

ไม่มีใครขัดขวางเขาหรือประเทศนี้ได้อีกแล้ว

จากมุมมองอื่น เขาดูเหมือนทรราช

ความเผด็จการที่ยุคสมัยก่อนไม่อาจเทียบเคียงได้ และพลังระดับที่มีแต่จะต้องสูญเสียตัวตนของตนเองไป เขามีมันทั้งคู่

พลังที่ไม่ว่าใครต่างก็เกรงกลัว เขามีมันอยู่แล้ว

ถึงกระนั้น

ถึงกระนั้น เขาก็ยังคงเป็นราชาวีรบุรุษ

ประชาชนต่างรักเขาอย่างคลั่งไคล้ ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต่างกู่ร้องสนับสนุน แม้แต่ทหารที่ถูกทำการทดลองมนุษย์ต่างมองว่าการตายเพื่อราชาวีรบุรุษ ชิออน อัสทาล มีความหมายอย่างมาก

มันเป็นพลังที่แทบไม่น่าเชื่อ

เสน่ห์

ความนิยม

ชื่อเสียง

ความศรัทธา

ทั้งหมดนั่น ต่างเป็นพันธมิตรกับเขา

เขาเป็นกษัตริย์ที่มีทั้งหมดนั่นติดตัวมาตั้งแต่เกิด

เขาเป็นกษัตริย์ที่มีความสามารถจะโอบอุ้มแสงสว่างและความมืดขนาดใหญ่ได้มาตั้งแต่เกิด

หากมองเขาตรง ๆ จากในที่มืดมิด แสงสว่างจาก ชิออน อัสทาล นั้นเจิดจ้าจนทำให้ตาบอดได้

ดังนั้นไม่ว่าใครต่างก็หลงใหลเขา ติดตามเขาอย่างบ้าคลั่ง

ทั้งคน

ทั้งประเทศ

และโลก

เพราะฉะนั้น

"......เพราะฉะนั้นกระผมถึง......"

เขามองออกไปนอกหน้าต่าง

ทางเดินที่เชื่อมไปสู่ห้องบัลลังก์ มีแสงทอประกายจากพระอาทิตย์ยามเช้าเล็ดลอดมาทางหน้าต่าง

ราวกับชายที่อยู่เบื้องหน้า หรือว่าสิ่งที่อยู่ข้างหน้านี้ คือแสงสว่างที่ส่องอนาคตของประเทศนี้

ถึงกระนั้น

"......ฝ่าบาท ไม่ได้คิดแบบนั้นสินะขอรับ"

ฟลอร์ดพูด มีรอยยิ้มเยียบเย็นผุดขึ้นมาจาง ๆ

เพราะเขาคือ ชิออน อัสทาล ราชาผู้กลัดกลุ้ม

การรุกรานเนลฟาในครั้งนี้ ทำให้หัวใจเขาเจ็บปวดขนาดไหน แค่มองก็รู้แล้ว

แต่นั่นมันก็แค่หัวใจที่รู้สึกเจ็บปวด

ไม่สามารถทำให้เขาหยุดก้าวไปข้างหน้าได้

ความเจ็บปวดของหัวใจ ไม่มีทางทำให้เขาตัดสินใจผิดพลาดได้

การฆ่าฟันอย่างโหดเหี้ยมที่เนลฟาเป็นสิ่งจำเป็น อย่างที่รู้กันอยู่ ถ้าเป็นกษัตริย์ที่ไม่อาจจะตัดสินใจได้ ฟลอร์ดคงจะไม่เลือกเป็นนาย

โดยเฉพาะตั้งแต่ตัวอุปสรรคที่เรียกว่าไลเนอร์ ลูท หายไป ก็กล่าวได้ว่าชิออนมีพลังที่จะก้าวต่อไปข้างหน้ามากยิ่งขึ้น ตามคาด เจ้าปีศาจ 'อัลฟ่า สติกม่า' นั่น สำหรับชิออนแล้ว มันคือมะเร็ง

แต่พอเอามันออกไป

ชิออนก็ตัดสินใจก้าวไปข้างหน้า

"............"

ฟลอร์ดหยุดเท้าอยู่ตรงนั้น

เขาหยุดอยู่ที่ทางเดิน และก้มศีรษะให้หนึ่งครั้ง เบื้องหน้าเขาคือห้องบัลลังก์อันกว้างใหญ่

ลึกสุดในห้องนั้น

ชายที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ซึ่งมีไว้ให้กษัตริย์ของประเทศนี้นั่งเท่านั้น ก็ผงกหัว

"มาแล้วเหรอ"

"ขอรับ"

ฟลอร์ดเงยหน้า พอเงยขึ้น ที่ตรงนั้นมีราชาวีรบุรุษอยู่

ผมสีเงินอันสูงศักดิ์ที่ใคร ๆ ต่างก็ลุ่มหลง และดวงตาสีทองฉายเจตจำนงอันแรงกล้าที่จะไม่แพ้ต่อสิ่งใด

แสงสว่างนั่น

ฟลอร์ดคิด

แสงสว่างนั่นมีพลังจะกลบความมืดมิดในตัวเรา......

เขาคิดเช่นนั้น

ฟลอร์ดเดินไปข้างหน้า และหยุดยืนอยู่หน้าชิออนพร้อมก้มหัวลงอีกครั้ง

"......สบายดีไหมขอรับ ฝ่าบาท"

ชิออนยักไหล่

"ก็ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่"

ฟลอร์ดยิ้ม

"ทราบอยู่แล้วล่ะขอรับ"

"รู้แล้วยังจะพูดอีกเหรอ ?"

"ขอรับ"

"เป็นคนที่น่ารังเกียจจริง ๆ นั่นแหละ"

"ก็เป็นบทบาทของกระผมนี่ขอรับ......"

"ฮะฮะ นั่นน่ะเป็นสิ่งที่ตัวเองควรพูดเองงั้นเหรอ ?"

ฟลอร์ดยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นรอยยิ้มอันแสนเย็นเยียบ

"แล้ว......"

ฟลอร์ดพูด

"ได้ยินว่าเรียกกระผม"

ชิออนพยักหน้า

"มีเรื่องอยากจะวานนายสักหน่อย"

"อยา