บทที่ 2 ช่วงเวลาที่แสงตกลงมา

เรื่อง ทาคายะ คางามิ
ภาพ ซาโอริ โทโยตะ (ไม่เอาภาพมาลงนะคะ ใครอยากเห็นไปส่องกระทู้ที่พันทิปแทนนะคะ)
แปล ซาคุรัมโบ
เบต้า คายา ไอ
สเปเชี่ยล แต๊งส์ ยุยหมี่

 

 


และแล้ว ไลเนอร์ก็พูดขึ้นมา เขาจ้องมองสาวสวยที่อยู่ตรงหน้าด้วยตาที่ลืมอยู่ครึ่งเดียว 

จากตอนที่สลัดหนีพวกทหารเวทพ้นก็ผ่านไปได้สองชั่วโมงแล้ว เมื่อครู่ยังเป็นตอนกลางคืนอยู่เลย แต่ท้องฟ้าตอนนี้เริ่มจะเป็นสีขาวแล้ว 

ไลเนอร์ไปยัง 'ที่เดิม' ที่ตกลงกันไว้กับเฟริส ซึ่งก็คือร้านวีนิตดังโงะ แต่เธอก็ไม่อยู่ 

"เว้ย ที่นี่ก็ไม่ใช่เรอะ"

ระหว่างที่ไลเนอร์บ่นหงุบหงิบเขาก็ตรงไปร้านฟาโก้ดังโงะ ไลเนอร์ถามเจ้าของร้านที่เปิดร้านแล้ว

"อ่อ ถ้าเฟริสจังล่ะก็ เธอบอกว่า 'ฉันกำลังเดินสายทัวร์ร้านดังโงะอยู่ค่ะ !' แล้วไปที่ร้านขนมดังโงะปั๊บเปิ้ลแล้วล่ะจ้ะ"

อยู่ระหว่างนัดแท้ ๆ ใช่เวลาเดินทัวร์ร้านดังโงะซะที่ไหน !!

เขาตะโกนแล้วมุ่งหน้าไปร้านปั๊บเปิ้ลดังโงะ ตอนไปถึงที่นั่นก็เป็นเวลาตีห้าและร้านก็เปิดแล้ว ลุงที่เป็นเจ้าของร้านไม่ได้พูดอะไร แต่ยื่นกระดาษให้เขาหนึ่งใบ ในนั้นเขียนไว้ว่า

'หุ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ! ไงล่ะ ! ระดับสมองโง่ ๆ ---- ขอย่อเหลือไอ้โง่ละกัน อย่างนายน่ะ ตามหาสาวน้อยสุดสวยแสนอัจฉริยะอย่างฉันไม่เจอหรอก ! เจ็บใจใช่ไหมล่ะ ? เจ็บใจสินะ ? หุหุหุ เอาเลย ๆ ถ้าเจ็บใจนักก็ลองตามหาฉันให้เจอสิ !!'

"อย่ามาท้านะเฟ้ยยยยยยยยยยยยยยย !"

ไลเนอร์ตะโกนออกไป แล้วลุงร้านดังโงะก็

"แหม เธอนี่ลำบากเสมอเลยนะ"

พอถูกคนสงสาร ก็รู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมานิด ๆ

ใช่แล้วล่ะครับ หรือ ลำบากสุด ๆ เลยล่ะครับ เขาไม่มีแรงใจจะพูดคำพวกนี้เลย

แถมเรื่องของเรื่อง ก็ไม่ใช่เพราะเจอเฟริสกวนตีนหรอก แต่เพราะโดนทหารโรแลนด์ไล่ล่าอยู่ต่างหาก ควรจะมาเจอกันให้เร็วขึ้นสักนาทีหรือหนึ่งวินาทีก็ยังดี แล้วปรึกษากันว่าจะทำยังไงต่อไป

ดังนั้นเขาจึงเดินหารอบ ๆ และคิดว่าจะจับยัยตัวปัญหาบ้าดังโงะได้จากร้านดังโงะร้านไหนกันนะ

เขามองทางซ้ายและขวาแล้วเริ่มคิด

อืม ถ้าเป็นยัยนั่นจะไปร้านดังโงะร้านไหนนะ ?

ร้านที่ใกล้ที่สุดอยู่ทางขวาก็จริง แต่ระยะนี้เหมือนยัยนั่นจะบอกว่าร้านดังโงะทางซ้ายกำลังฮิตกว่า หรือไม่ได้บอกหว่า อ๊า ทำไมเราจะต้องมาคิดเรื่องอะไรไร้สาระแบบนี้ด้วยเนี่ย !

ขณะที่คิดอย่างเอือมระอาอยู่นั่นเอง ลุงร้านดังโงะก็พูดขึ้นว่า

"เอาน่า ช่วยไม่ได้นี่ ถ้าเพื่อสาวงามผู้ชายก็ต้องพยายามหน่อยล่ะ ก็แม่หนูแกสวยซะขนาดนั้น"

ไลเนอร์ตอบโดยไม่หันกลับไป

"สวยแล้วจะทำอะไรก็ได้หรือไง ! ผมล่ะอยากจะตะโกนออกไปแบบนี้จะตาย"

"ถึงเขาจะดูเป็นอย่างนั้น รวมทั้งนิสัยด้วย แต่แม่หนูแกก็เป็นคนน่าทึ่งออกนา ?"

ไลเนอร์ขมวดคิ้ว

"เหรอ ?"

เขาตอบ

แต่ลุงก็ไม่หวั่นไหว

"ก็นั่นแหละ ช่วงนี้น่ะนะ มีรถม้าวิ่งผ่านหน้าร้านเร็วจี๋ แล้วเคยมีลูกหมาไปขวางทางอยู่ เกือบจะโดนชนแล้วด้วย !? แต่ตอนนั้นเองแม่หนูเขาก็มาช่วยได้อย่างฉิวเฉียด เนื้อตัวถลอกเปื้อนโคลนไปหมดเลย"

"โฮ่"

"แต่ถึงแม่หนูแกจะมีแผลเต็มไปหมด ลูกหมากลับไม่มีแผลเลยสักนิด ปกป้องลูกหมาอย่างสุดชีวิตเลยล่ะ"

"เห แหม่ ยัยนั่นก็พอจะทำอะไรราว ๆ นี้ได้อยู่มั้ง......"

พอไลเนอร์พูดแบบนั้น ลุงก็ยิ่งเล่าแบบใส่อารมณ์

"ลูกหมาที่หล่อนเคยช่วยไว้ ตอนนี้มีเกินสองร้อยกว่าตัวแล้วล่ะ......"

"โม้เว่อร์เกินไปแล้ว !"

ไลเนอร์พูดโพล่งขึ้นมา

แล้วหันกลับไปทางลุงที่อยู่หลังเคาน์เตอร์

พอหันไป คุณลุงก็มีท่าทีร้อนรน

"............."

แถมข้างหลังลุง ก็มีเฟริสที่โผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้อยู่ เธอกำลังขมักเขม้นเขียนอะไรบางอย่าง

"............."

เธอหลบอยู่ใต้เคาน์เตอร์ พอเขียนข้อความเสร็จ เฟริสก็ยื่นให้คุณลุงทันที

แล้วคุณลุงก็อ่านกระดาษนั่นด้วยเสียงตื่น ๆ

"ไม่ได้โกหกนะ ! ช่วยไว้ได้สองร้อยตัวจริง ๆ อ๊ะ ถ้าคิดว่าน้อยไป ก็ยังมี..? แมว ! แมวก็สองร้อย......ไม่สิ ช่วยไว้หนึ่งพันตัวแล้วต่างหาก"

พอไลเนอร์ฟังประโยคนี้เข้าไป

"............."

ก็ไม่แปลกที่ไลเนอร์จะไม่ตอบ

มีกระดาษจากใต้เคาน์เตอร์ขึ้นมาอีกใบ

"นอกนั้นยังช่วยเด็กทารกไว้ด้วยนะ ! เด็กมันเพิ่งจะเริ่มคลานได้เลยตั้งอกตั้งใจคลานไปซะไกลลิบ….."

มีเด็กทารกที่ไหนจะตั้งอกตั้งใจคลานไปซะไกลลิบกันเล่า ! เขาอยากพูดขัดออกไป แต่ถึงจะขัดไปก็ไม่มีความหมาย เขาเลยทนไว้

ทว่าเรื่องเล่างี่เง่าของคุณลุง----ของเฟริสก็ยังคงดำเนินต่อไป

"ทำไมก็ไม่รู้เด็กนั่นถึงปีนขึ้นไปบนเขา แถมยังเป็นภูเขาไฟที่ยังคุอยู่ด้วย แต่เด็กมันไม่รู้หรอก ก็ยังแยกแยะไม่ออกว่าภูเขามันอันตรายหรือไม่อันตรายนี่นา"

ไม่ ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้น......

"แถมเด็กทารกที่ใช้มือคลานเตาะแตะออกจากบ้านไป ก็มีอยู่เกือบหนึ่งล้านห้าแสนล้านคนในเวลาเดียวกัน ! แถมทำท่าจะตกไปในปล่องภูเขาไฟพร้อม ๆ กันด้วยยยย !"

คุณลุงตะโกนขึ้นอย่างแข็งขัน

ไลเนอร์อยากจะตะโกนขัดออกไปอย่างเหลืออดว่า เรื่องบ้าพรรค์นี้มันมีซะที่ไหนเล่าาาาาาาาาา ไม่ก็ หนึ่งล้านห้าแสนล้านคนมันเป็นไปไม่ได้เว้ยยยยย แต่ก็แอบจินตนาการภาพเด็กเป็นหมื่นคนคลานไปพร้อม ๆ กัน แล้วกระโดดลงปากปล่องภูเขาไปพร้อมกันเข้านิดหน่อย

"......อืม อ่า~ รู้สึก รู้สึกว่ามันสุดยอดยังไงก็ไม่รู้สิ"

พอพูดจบ เฟริสก็ส่งกระดาษขึ้นมาอีกใบ คุณลุงอ่านกระดาษใบนั้น

"ชะ ใช่ไหมล่ะ ! เป็นเหตุการณ์ที่อันตรายและชวนสลดมาก !"

"......นั่นสินะ"

"ตรงนั้นแหละ ! ตรงนั้นแหละที่เธออ่อนโยน ! ท่านเฟริส เอริสที่อ่อนโยนยิ่งกว่าขนมสายไหมได้ช่วยพวกเด็ก ๆ เอาไว้ ราวกับเธอได้ช่วยโลกนี้เอาไว้ก็ไม่ปาน!!"

แล้วไลเนอร์

ไลเนอร์ที่ได้ฟังเรื่องที่สุดยอดแบบนั้น

"............."

ก็พยักหน้าอย่างแรง

เขามองหน้าคุณลุงที่มีสีหน้าเหน็ดเหนื่อยเล็กน้อย ผมเข้าใจ เขาทำหน้าแบบเข้าใจความรู้สึกของลุงแก แล้วคุณลุงก็ยิ้มเฝื่อน ๆ ออกมา แล้วการสื่อสารด้วยใจของชายทั้งสองก็จบลง ไลเนอร์ค่อย ๆ เดินไปหลังเคาน์เตอร์

เฟริสกำลังนั่งยอง ๆ บนพื้น และเขียนอะไรบางอย่าง

เขียนว่า 'เธอช่วยโคอาล่าแปดหมื่นหกล้านสี่ร้อยสี่ตัว ที่ปีนขึ้นต้นไม้ไปสูงเกินจนลงมาไม่ได้ไว้ด้วยนะ สุดยอดเลยใช่ไหมล่า ! (ตรงสุดยอดเลยใช่ไหมล่า ช่วยใส่อารมณ์นิดนึง)' เขามองข้อความบ้าบอพรรค์นั้นอยู่

ในที่สุดไลเนอร์กับเฟริสก็มาเจอกันตรงนั้นเอง

"......เอ่อ"

 

และแล้ว เขาก็พูดขึ้นมา ขณะจ้องมองด้านหลังของสาวสวยเจ้าปัญหาที่อยู่ตรงหน้าด้วยตาที่ลืมอยู่ครึ่งเดียว 

 

พอพูดขึ้น เธอก็หันกลับมาด้วยสีหน้าตกใจเหลือแสนราวกับจะพูดว่า เจอแล้วเรอะ !? และเหมือนอยากจะพูดอะไร แล้วก็หยุด แล้วก็เหมือนอยากจะพูด แล้วก็หยุดอีก จนสุดท้าย

"บะ บังเอิญจังเลยนะ ไลเนอร์ ฉันเองก็เพิ่งมาถึงร้านนี้เหมือนกัน"

"......เห"

"ละ แล้ว เรื่องที่คุณลุงพูดตะกี๊น่ะ นายได้ฟังอะไรต่อมิอะไรเกี่ยวกับฉันแล้วสินะ ?"

"......อ่อ ก็ได้ฟังอยู่......"

"คะ คิดว่าไง ? ฉัน…….ฉันที่นายคิดไม่ถึงน่ะฉัน เป็นยังไงบ้างล่ะ ?"

ใบหน้าตื่นเต้นที่กำลังถามว่านิยายของฉันเป็นยังไงบ้าง ทำเอาไลเนอร์รู้สึกเอือมระอาหนักกว่าเดิม

คำตอบของคำถามนี้ ก็คงมีแค่ มันงี่เง่าไร้สาระยิ่งกว่าที่คิดซะอีกเท่านั้นแหละ แต่ขืนตอบไปแบบนี้ ได้โดนฆ่าเห็น ๆ เขาจึงตอบด้วยน้ำเสียงทื่อ ๆ