นิยายฉบับนี้ เป็นนิยายที่พิมพ์อยู่ในบุ๊คเล็ตที่ชื่อว่า Ryner Note ซึ่งแถมมากับ DVD/BD แบบลิมิตค่ะ มีด้วยกันทั้งหมด 12 เล่ม โดยเนื้อหานิยาย จะกล่าวถึง ผู้กล้า ปีศาจ และ เทพธิดาค่ะ
 
------------------------------------------------------------
 

SION NOTE [The Legend of the Legendary Heroes ]

 

บันทึกของชิออน : เล่มที่ 1

เรื่อง ทาคายะ คางามิ
ภาพ ซาโอริ โทโยตะ
แปล kaya i
เบต้า sakuranbo

 

 

ความทรงจำ

"...…."

ความทรงจำของเขาย้อนกลับมา  

สิ่งแรกคือรอยยิ้มของเพื่อน ๆ  

ใบหน้ายิ้มแย้มของเพื่อน ๆ ที่น่าจะตายไปแล้ว  

ใบหน้าของโทนี่ ไทล และฟาล หน้าของเพื่อนพ้อง เพื่อนพ้องที่รู้จักเขา ที่ผ่านเลยเขาและจากไป

ตอนแรกทุกคนยิ้มแย้ม

แต่สุดท้ายก็เหลือแค่ความเงียบ

เพราะพวกเขาตายไป

ตายไม่เหลือแม้แต่คนเดียว

เป็นเพราะพวกนั้นได้พบกับเขาหรือเปล่านะ ?

หรือเป็นโลกนี้ที่ผิด ?

จะเพราะอะไรก็เถอะ ก็ไม่มีใครเปิดปากขึ้นมาอีกแล้ว

 

ต่อมาคือใบหน้าของแม่

ทั้งที่เขาไม่ได้พยายามจะนึกถึงหน้าเธอ แต่ภาพก็ยังปรากฏขึ้นมาเองในห้วงสำนึก

แม่ดูเหนื่อยล้าอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่มองเขา แม่ก็จะยังยิ้มให้

เธอเป็นคนสวย และมักยิ้มด้วยใบหน้าอ่อนโยนที่ดูราวกับใกล้จะร้องไห้

แต่แม่ก็ตายไปแล้วเหมือนกัน

เธอไม่อาจจะพูดอะไรขึ้นมาได้อีกแล้ว

แต่ความทรงจำมากมายยังคงหลั่งไหลกลับเข้ามา

ความทรงจำของเขาหมุนไป

จากฉากสว่างไสว ไปจนถึงฉากมืดมิด

จากเรื่องที่นำพาความสุขมาให้ ไปจนถึงเรื่องที่เขาไม่อยากจะนึกถึง

ดูเหมือนความทรงจำของเขากำลังย้อนกระแสไปสู่อดีต

มีฉากใหม่ ๆ เกิดขึ้นราวกับเขากำลังอ่านนิทานที่ร้อยเรียงกันโดยพลิกหน้ากระดาษย้อนกลับไปหน้าแล้วหน้าเล่า

ไม่สิ ไม่ใหม่

ความทรงจำเก่าแก่

มันคือความทรงจำที่เก่าแก่

อันแสนจะเก่าแก่-- เก่าแก่ เก่าแก่ เก่าแก่ เก่าแก่-

"...…."

ชิออนนิ่วหน้าทันที

เรือนผมสีเงินที่ให้ความรู้สึกสง่างาม และดวงตาสีทองที่ฉายเจตจำนงอันแรงกล้า

เขากำลังกดที่อกตัวเอง เพราะมันเจ็บมากจนรู้สึกเหมือนของที่อยู่ในตัวจะพุ่งออกมาจากปากถ้าไม่ทำแบบนั้น

ปวดหัว เวียนหัว ความรู้สึกไม่น่าอภิรมย์ทรมานเขาไปทั่วทั้งร่าง

ขณะกำลังอดทนกับ <<คำสาป>> ที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง ชิออนยืนอยู่ตามลำพัง

เขาอยู่ในห้องแคบ ๆ ที่อยู่ลึกเข้าไปในอาคารของตระกูลเอริส

หลังจากทะลุผ่านประตูมากมาย หลากหลายต่อหลายบาน

หลังจากทะลุผ่านมิติอันบิดเบี้ยวนับไม่ถ้วน เขาก็มาถึงใจกลางของจักรวรรดิโรแลนด์

เขาอยู่ภายในศูนย์กลางความมืดของโรแลนด์

นานแสนนานมาแล้ว ผู้กล้าที่แตกสลายถูกผนึกไว้ที่นี่

ผู้กล้า และ ปีศาจ ได้ถูกผนึกไว้ที่นี่

แต่พวกนั้นไม่อยู่ที่นี่อีกแล้ว

เพราะชิออนรับเอาร่างของ ผู้กล้า มา

ชิออนกลืนกินร่างทั้งหมดของ ผู้กล้าวิปลาสที่ร่วงหล่น [อัสลูด โรแลนด์] และรับมันมาอยู่ภายในตัวเขา

เพราะเหตุนี้ทั่วทั้งร่างเขาถึงได้เจ็บปวด ภายในกายถึงเต้นเร่า เลือดของเขาถึงเดือดพล่าน ความเจ็บปวดที่ทรมานเขาอยู่นั้นรุนแรงจนความตายดูจะเป็นทางเลือกที่ดีเสียกว่า

มันคือคำสาป คำสาปของ ผู้กล้า กำลังกัดกินร่างของเขา แต่เขาจะไม่กรีดร้องออกมา ไม่แม้แต่จะครางจากความเจ็บ เขาเพียงจ้องเข้าไปในความลึกของความมืดด้วยดวงตาสีทองเรียวหรี่--

"...…."

ตอนนั้นเอง ใครคนหนึ่งพูดขึ้นข้างหลังเขา

"...ไง ยังมาที่นี่อีกเหรอ ?"

เสียงใสกระจ่างของบุรุษ

เสียงของลูซีล เอริส

แต่ชิออนไม่ได้หันไป ต่อให้หันไป เขาก็มองไม่เห็นลูซีลอยู่ดี

ดังนั้น โดยที่ไม่หันไป ชิออนถาม

"ฉันมาขวางหรือเปล่า ?"

ลูซีลยิ้ม

"เปล่าหรอก ก็แค่..."

"อืม ผู้กล้าไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว"

"งั้นเธอมาที่นี่ทำไมล่ะ ?"

"ก็ที่นี่อยู่ใกล้กับความมืดที่สุดแล้วนี่"

"...…."

"ไม่ใช่หรอก ถ้ามาที่นี่...ความเจ็บมันจะหายไปนิดหน่อยน่ะ สักนิด อสูรที่อยู่ในตัวฉันมันจะ..."

"สงบลงรึ ?"

"อืม นั่นแหละฉันถึงจะหลบมาที่นี่อีก"

ลูซีลตอบรับเขาว่า

"เจ็บเหรอ ?"

ชิออนหัวเราะ

"เจ็บแน่อยู่แล้ว"

แล้วลูซีลก็ปรากฏตัว

ภายในความมืดมิด

ภายในความมืดที่ชิออนจ้องมองนั้น ผู้นำตระกูลเอริส -- ลูซีล เอริส ปรากฏกายขึ้น

เขาเป็นบุรุษที่งดงามอย่างไม่น่าเชื่อ

ผมสีทอง ผิวขาวจนแทบจะมองทะลุได้ ดวงตาปิดสนิท มันปิดอยู่เสมอ แต่ด้วยดวงตาที่ปิดอยู่นั้น เขากำลังมองทุกสิ่งในโรแลนด์

ดังนั้นชิออนจึงพูดขณะที่จ้องลูซีล

"กำลังใช้ตานั่นมองดูน้องสาวอีกแล้วเหรอ ?"

ลูซีลยิ้ม

"ฉันมองแต่เธอเสมอ แล้วก็มองแค่เธอเท่านั้นแหละ-- กษัตริย์ของประเทศนี้... "

"เพื่อประเมินค่าฉันล่ะสิ"

"ใช่เธอจะได้ไม่แพ้ให้กับความเจ็บปวดไงล่ะ"

เขาเอื้อมมือมาสัมผัสแก้มของชิออน มือนั้นเย็นจนน่ากลัว เย็นเสียจนชิออนรู้สึกอยากจะหัวเราะ

ลูซีลเลิกเป็นมนุษย์ไปแล้ว และชิออนเองก็ก้าวเข้ามาสู่ความมืด

ด้วยความเต็มใจของตัวเอง

ถึงจะรู้ว่ามีความเจ็บปวดและสิ้นหวังรออยู่เบื้องหน้า เขาก็ก้าวมาสู่ความมืดด้วยความเต็มใจของตัวเอง

และพวกเขาทั้งสองก็คอยจับตามองกัน

ว่าจะไม่มีใครพ่ายแพ้ให้กับความเจ็บปวดและหนีไป

พวกเขาคอยดูอีกฝ่าย ว่าถึงแม้จะรู้สึกว่ากลายเป็นมนุษย์น้อยลงไปทุกทีจากก้นบึ้งของหัวใจ พวกเขาก็จะไม่พ่ายแพ้ให้แก่ความเจ็บปวดและหนีไป -- ชิออนรู้สึกอยากหัวเราะให้กับความโง่งมนี้ เขาปัดมือเย็นเยียบของลูซีลทิ้ง

แล้วบอกว่า

"...ฉันจะไม่แพ้ ไม่หรอก ถ้ารู้ว่าตัวเองจะแพ้ที่นี่ล่ะก็..."

"เธอคงไม่ทำข้อแลกเปลี่ยนกับฉันงั้นสิ ?"

"ใช่"

ชิออนพยักหน้า และมองไปที่ความมืดด้านหลังลูซีล ความมืดนั้นแผ่ขยายไปอย่างไร้จุดสิ้นสุด

มันกำลังแผ่ขยายอย่างไปอย่างช้า ๆ ทว่าแน่นอน ราวกับจะปกคลุมประเทศนี้ --

ไม่สิ โลกนี้ทั้งใบ

มันทรงพลังเสียจนชิออนรู้สึกราวกับจะถูกดูดกลืนเข้าไปในความมืดนั้น หากเขามองมันนานเกินไป

ลูซีลหันไปมองมันเช่นกัน

"...…."

แต่ไม่ได้พูดอะไร

เขาเพียงจ้องไปในความมืดมิดเงียบ ๆ แล้วหายตัวไป

เขาไม่มีร่างเนื้อ

ไม่มีแม้แต่รูปร่างที่แท้จริง

และทีละน้อย ก็ค่อย ๆ สูญเสียหัวใจไป

มันคือการถูกอสูรกายที่อยู่ในร่างฉีกกระชากและกลืนกิน แล้วเขาก็เริ่มสูญเสียจิตสำนึกในฐานะมนุษย์

ลูซีลพยายามอย่างมากที่จะทนเอาไว้

 

ไม่สิ ไม่ใช่แค่ลูซีล -- ชิออนเองก็กำลังทนสิ่งเดียวกัน ความรู้สึกว่าตนเองแปลกแยกไปจากมนุษย์นี่ ตัวตนที่อ่อนแอของเขา...ที่ทรมานจากคำสาปและแทบจะพ่ายต่อความเจ็บปวดนี่

"...…."

เขามองความมืดมิดอย่างสงบ

จ้องไปในความลึกของความมืด

แล้วฉากต่าง ๆ ก็เริ่มหมุนอีกครั้ง รู้สึกว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วขึ้นเมื่ออยู่ที่นี่

ฉากมากมายหมุนไป

ฉากมากมายวนไป

ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจสักนิด ความทรงจำก็ปรากฏขึ้นฉากแล้วฉากเล่า

ใบหน้าของเฟริส น้องสาวของลูซีล น้องสาวผู้งดงามที่ลูซีลพยายามอย่างหนักที่จะปกป้อง

เขาพยายามจะแยกเธอออกจากกงล้อแห่งชะตากรรม ที่เสี่ยงชีวิตก็เพื่อการนี้เท่านั้น แต่แม้แต่ชิออนเองก็ไม่อาจรู้ได้ว่าสุดท้ายลูซีลจะทำสำเร็จหรือล้มเหลว

แต่ทันใดนั้น ใบหน้าของเฟริสก็หายไป ใบหน้าไร้อารมณ์ของเธอหายไป

แล้วแทนที่ด้วยหน้าของไลเนอร์

หน้าของเพื่อนรักของเขา

หน้าของเพื่อนเพียงคนเดียวที่เขาเปิดใจให้

แต่แม้แต่หน้านั้นก็บิดเบี้ยวและหายไป แล้วหน้ากระดาษก็เริ่มพลิกย้อนไปอีกครั้ง หน้ากระดาษแห่งความทรงจำของเขาพลิกย้อนกระแสเวลาไปอย่างรวดเร็ว

ความมืดบิดหมุนและวนเวียนอยู่รอบตัวเขา แล้วฉากที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าก็ไม่ใช่ของตัวเขาเองอีกต่อไป

ความทรงจำของบางสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเขา

และฉากที่ถูกเปิดเผยออกมา--

 

"...…."

 

แต่เขาส่ายหัว คิดว่าไม่ควรจะไปมองดูฉากนั่น

ฉากเมื่อครู่คงเป็นหนึ่งในความทรงจำของ ผู้กล้าวิปลาสที่ร่วงหล่น [อัสลูด โรแลนด์] ที่เขารับมา

และเขาก็ไม่มีพลังพอที่จะมองดูฉากนั้น ถ้าเขาเห็นความทรงจำของ ผู้กล้า และเชื่อมโยงกับมัน สำนึกของตัวชิออนเองอาจถูกผู้กล้ากัดกิน

เพราะเขาไม่ได้กลืนกินพลังของ ผู้กล้า มาหมดทุกส่วน

เขาจึงหยุดพลิกผ่านความทรงจำของตัวเอง แล้วถอยกลับมา ทุกอย่างที่นี่มืด และความมืดก็เข้มข้นไม่ว่าเขาจะมองไปทางไหน แต่เขาหันหลังให้กับความมืด

แล้วมุ่งไปข้างหน้า

หลังจากไม่กี่ก้าว ชิออนรู้สึกได้ว่าความมืดเบาบางลง

ประสาทสัมผัสค่อย ๆ กลับมารับรู้ถึงฉากของโลกอันท่วมท้นไปด้วยความมืดจากคำสาปและหายนะ

ในที่สุด หลังจากที่ออกมาจากความมืด เขาก็อยู่ในโรงฝึกธรรมดา

โรงฝึกของตระกูลเอริส

มันเป็นห้องพื้นไม้ขนาดใหญ่

ประตูที่ถูกปิดไว้เมื่อชิออนเข้ามา ตอนนี้ถูกเปิดออก และเขาก็มองเห็นสวนที่อยู่เลยไปจากระเบียงได้

มันเป็นสวนที่ดูเรียบง่าย แตกต่างไปจากที่อยู่ในบ้านขุนนางแห่งอื่น ๆ มีสระน้ำเล็ก ๆ และหินเรียบ ๆ รายล้อม

บุตรสาวคนโตของตระกูลเอริสยืนอยู่บนหินนั้น กำลังจ้องมองไปยังสระน้ำ

เธอคือ เฟริส เอริส

เธอมีเรือนผมสีทองเปี่ยมเสน่ห์ ใบหน้างดงามเช่นเดียวกับลูซีล ไม่มีอารมณ์ปรากฏอยู่บนหน้าของเธอนัก แต่ไม่เหมือนกับลูซีล เธอเป็นมนุษย์ มีความอบอุ่นอย่างที่ควรจะมี

ชิออนยิ้มให้กับมนุษย์ผู้นั้น เพียงแค่มองร่างงดงามของเธอ เขาก็ยังยืนยันได้ว่าตนเองยังเป็นคนของโลกนี้อยู่ เขาถอนใจออกมาอย่างโล่งอก

เฟริสกอดอกขณะยืนบนโขดหิน และเอ่ยถาม

"อิริส เจอไหม ?"

แล้วเด็กหญิงแสนสวยที่ดูเหมือนเฟริสขนาดย่อส่วนก็โผล่พรวดขึ้นมาจากสระพร้อมละอองน้ำสาดกระเซ็น

เธอคือบุตรสาวคนเล็ก อิริส เอริส เธอเองก็งดงามเช่นกัน ผมสีทองเปียกน้ำ ผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบ และมีดวงตาสีฟ้ากระตือตือร้น

อิริสเงยหน้ามองเฟริสพี่สาว

"ไม่เจอค่ะท่านพี่" เธอตะโกน

มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ในหมู่พี่น้องเอริส เธอยังคงเหลือความเป็นมนุษย์อยู่ในตัวมากที่สุด

เฟริสพูดกับน้องสาว "งั้นก็หาต่อไป ถ้าหาไม่เจอ ถือว่าล้มเหลว"

อิริสตอบกลับน้ำตาคลอ "เค้าไม่อยากล้มเหลวอะ !"

"งั้นก็ไปหามาซะ"

"ได้เลยค่า !"

แล้วอิริสก็ดำลงไปในสระอีกครั้ง

เฟริสมองตามเธอโดยปราศจากอารมณ์ใด ๆ

ชิออนเดินไปอยู่ข้างเธอ แล้วเธอก็หันมา

"อ้อ ชิออนมาเหรอ"

เขาพยักหน้า "อืม มีธุระกับลูซีลน่ะ"

"กับท่านพี่เหรอ ?"

"ใช่"

"แล้ว เสร็จธุระยัง ?"

"เสร็จแล้วล่ะ"

"งั้นอยากมาดำน้ำด้วยคนไหม ?"

จู่ ๆ เฟริสก็ชี้ไปที่บ่อน้ำ ชิออนถาม

"ทำอะไรกันอยู่น่ะ ?"

"เรื่องมันยาวนะ" เฟริสตอบ

"โอเค"

"เมื่อสามปีก่อน ฉันคิดอะไรเจ๋ง ๆ ออกมาได้"

"อืม"

"ดังโงะมันเสียบกับไม้ใช่ไหมล่ะ ?"

 

"ใช่แล้ว"

"งั้นถ้าฉันเก็บไม้พวกนั้นไว้หลังจากกินเสร็จล่ะก็"

"อื่อฮึ"

"พอได้ถึงสามหมื่นไม้เมื่อไหร่ ฉันจะสร้างเรือ -- นั่นล่ะแผนฉัน"

"โฮ่~"

"นั่นแหละ ฉันสร้างมาลำนึง"

ชิออนเหวอ "นี่เธอ ได้ไม้ดังโงะมาครบสามหมื่นไม้แล้วเรอะ ?"

เฟริสพยักหน้าทันที

แล้วชิออนก็คำนวณในใจ

"เอ่อ วางแผนไว้เมื่อสามปีก่อนใช่ไหม ?"

เขาถาม และเฟริสก็พยักหน้า

"ใช่"

"งั้น ตลอดสามปีนี่ เธอก็กินดังโงะทุกวัน วันละยี่สิบกว่าไม้เลยน่ะสิ ?"

เฟริสมองเขาด้วยดวงตาไร้ความรู้สึก

"นั่นผลลัพธ์ที่ได้เหรอ ?"

เธอถาม ชิออนคำนวณใหม่

 

"อ้ะ อืม จะให้ได้ไม้สักสามหมื่นแท่ง ก็ต้องกินดังโงะ 27-28 ไม้ทุกวัน...น่ะนะ"

"หืม กินไปน้อยกว่าที่คิดแฮะ"

"ไม่ ๆ เธอกินมากไปแล้วต่าง..."

แต่เธอขัดขึ้นมาและชี้หน้าเขา

"ไม่มาก ! เจ้าแห่งดังโงะยังต้องกินวันละร้อยไม้เลย !"

เธอพูดอย่างกระตือรือร้น

ชิออนมองนิ้วที่เธอชี้มา ด้วยสีหน้าเฉยสนิท

"ได้พูดแบบนั้นคงรู้สึกดีแฮะ"

เฟริสพยักหน้าอย่างรื่นรมย์นิด ๆ

"อยากพูดบ้างเหรอ ?"

"เปล่า ฉันนอนไม่พอน่ะ เลยไม่มีเรี่ยวแรงขนาดนั้น"

"ทำงานอีกแล้วเหรอ ? ขืนยังทำงานแบบนั้นร่างกายจะพังเอานะ เลิกซะ แล้วมากินดังโงะเถอะน่า กินดังโงะซะ"

ชิออนหัวเราะ

"ใครเขาจะไปทำแบบนั้นกัน ?"

"เจ้าแห่งดังโงะไง"

"ฮ่าฮ่า ฉันก็ต้องเตือนเธอเหมือนกันแหละ-- ขืนยังกินดังโงะมากขนาดนั้นร่างกายจะรับไม่ไหวเอานะ เร็ว ๆ นี้ก็เพิ่งล้มพับจนต้องพาไปโรงพยาบาลแท้ ๆ..."

"นั่นไม่ใช่เพราะดังโงะซะหน่อย"

"แต่เธอทำให้ไลเนอร์เป็นห่วง แล้วก็โมโหมาก ใช่ไหม ?"

"อุ..."

"หมอก็บอกให้เธอยั้งอาการเสี้ยนดังโงะไว้บ้าง แล้วก็ให้คุมอาหารนี่"

"เรื่องนั้นช่างมันเถอะ !"

"ไม่ เดี๋ยวสิ..."

"สองวันมานี่ ฉันกับอิริสสร้างเรือกัน"

ชิออนหันไปหาอิริสที่ดูจะยังไม่ยอมโผล่ขึ้นเหนือพื้นน้ำในเร็ว ๆ นี้ เธอว่ายอยู่ในสระทั้งที่ยังสวมชุดเอาไว้ด้วย นี่ก็เกินสามนาทีแล้ว แต่แม่หนูก็ยังพยายามสุดขีดที่จะดำต่อไป

"เอ่อ เฟริส อิริสน่าจะขึ้นมาหายใจได้แล้วมั้ง... ?"

แต่เฟริสไม่สนใจเขา และพูดต่อ

"ผลงานชิ้นเอกที่พวกฉันใช้เวลาสร้างตั้งสองวัน พังทันทีที่แตะพื้นน้ำเลย"

แล้วชิออนก็เริ่มเข้าใจสถานการณ์ ก็มีไม้แช่น้ำเกยตื้นสูงเป็นภูเขาอยู่ข้างสระจริง ๆ แหละ

ชิออนมองที่กองไม้แล้วถาม

"ว่าแต่ ไอ้กองนั้นมีไม้อยู่กี่แท่งน่ะ ?"

"29,982 แท่ง"

เฟริสตอบ

 

ซึ่งหมายความว่ามีไม้ดังโงะประมาณสิบแปดแท่งจมหายอยู่ใต้สระนี้

ชิออนมองไปยังสระน้ำอีกครั้ง และมองอิริสที่กำลังเคลื่อนหินควานทรายอยู่ใต้สระ

เขาหันไปหาเฟริส

"แล้วพอหาเจอหมด ตั้งใจจะทำอะไรเหรอ ?"

"ก็จะใช้กาวที่แน่นกว่าเดิมต่อ แล้วสร้างเรือที่แข็งแกร่งที่สุดน่ะสิ !"

"โฮ่ ได้ทำเรื่องน่าสนุกแบบนี้กันอยู่เรื่อยนี่ดีจังน้า~"

"จริงเหรอ ?"

"จริงสิ"

"งั้นอยากลงไปดำด้วยไหม ?"

ชิออนรีบส่ายหัว

"ไม่ล่ะไม่ ฉันยังมีงานต้องทำ จะกลับวังแล้ว"

"เข้าใจล่ะ งั้นฝากไปบอกไลเนอร์ทีสิ"

"ว่า ?"

"ฉันจะต่อเรือเสร็จแล้ว รีบมาที่นี่ซะล่ะ"

"ฮ่าฮ่า เข้าใจแล้ว"

ชิออนพยักหน้า

เฟริสก็พยักหน้า

แล้วอิริสก็โผล่ขึ้นมาจากใต้สระพร้อมละอองน้ำอีกครั้ง

"ท่านพี่ขา หาไม่เจอค่า !"

เฟริสหน้าเครียด เธอวางดาบลงกับพื้น

"ช่วยไม่ได้แล้ว ไปล่ะนะ"

เธอโดดลงไปในสระ

"เย้-!"

อิริสตะโกนอย่างร่าเริง แต่ทันใดนั้น เฟริสก็เหยียบหน้าของเธอแล้วโดดลงน้ำไป

"แย๊ก-!"

เสียงตะโกนกลายเป็นเสียงร้อง

ทั้งสองดูมีความสุขทีเดียว หยอกล้อเล่นกันอยู่ในน้ำ ชิออนเฝ้ามองพวกเธอ

"...ก็น่าสนุกจริง ๆ แหละ-- ลูซีล ไม่อยากไปเล่นกับพวกเธอเหรอ ?"

เขาพึมพำ

แน่นอนว่าไร้เสียงตอบ

ชิออนยิ้ม เขาหันหลังให้พวกเธอ และเริ่มออกเดินไป

จากบ้านตระกูลเอริส

เขาพาตนเองมุ่งกลับสู่ปราสาท จากศูนย์กลางความมืดของโรแลนด์

 

♦ 


ห้องทำงานของเขาเงียบสงบ

ห้องทำงานของกษัตริย์ในพระราชวังโรแลนด์ เป็นห้องที่ดูเรียบง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ

มีชั้นหนังสือมากมาย และโต๊ะเพียงสองตัว

 

ชายคนหนึ่งหลับอยู่บนโต๊ะตัวหนึ่ง

ไลเนอร์ ลูท

ผมดำยุ่งเหยิงบ่งบอกถึงนิสัยขี้เซา และร่างผอมสูงส่งกลิ่นความเซื่องซึม

เขานอนเหยียดทับเอกสารสักสามสิบแผ่นอยู่ แล้วยังนอนน้ำลายไหลยืดออกมาจากปาก

ชิออนมองไลเนอร์

"เฮ้ย"

เขาเรียก

"เฮ้ย ไลเนอร์"

"...…."

"ได้ยินไหมเนี่ย ?"

เขาพยายามเรียกไลเนอร์ แต่ไม่มีการตอบรับ

ชิออนยิ้มตามด้วยถอนหายใจ เขาเดินไปที่โต๊ะของตน แล้วนั่งลง

จำนวนเอกสารบนโต๊ะดูจะสูงไปถึงเพดาน เมื่อเขาออกไปจากห้องทำงาน กองมันสูงแค่ครึ่งหนึ่งของตอนนี้ แต่ดูท่าว่ามันจะเพิ่มขึ้นในอัตรายกกำลังได้ภายในเวลาเดี๋ยวเดียวที่เขาออกไป

พวกที่อยู่ทางซ้ายคืองานใหม่ ที่อยู่ทางขวาคือเสร็จแล้วและมีลูกน้องมาย้ายออกไปให้

เหลือไว้แต่งานที่ยังไม่เสร็จ

เขาวางมือลงบนกองเอกสารที่สูงที่สุด มันเป็นเรื่องที่ต้องจัดการให้เสร็จภายในวันนี้ แต่ต่อให้ทำโต้รุ่งติดกันสามวัน ก็จัดการเอกสารทั้งหมดนี่ไม่เสร็จหรอก

เขาไม่ได้นอนมาสองวันแล้ว ไลเนอร์เองก็เหมือนกัน เขาจึงเข้าใจหรอกอยู่ว่าทำไมตอนนี้ไลเนอร์ถึงได้อยากหลับนัก

ชิออนมองไลเนอร์ และมองปริมาณงานอันเหลือเชื่อที่เขาต้องทำ

"…..เฮ้อ"

เขาถอนหายใจ แล้วสูดลมเข้า

"เฮ้ย ไลเนอร์"

เขาเรียก

"อย่าหลับเซ่~ ฉันทำคนเดียวไม่ไหวนา มาช่วยกันหน่อย~"

แต่ไลเนอร์ไม่ตอบ หมอนี่เองก็คงเหนื่อย

ตั้งแต่ไลเนอร์มาที่นี่ งานของเขาลดลงไปมาก แม้ไลเนอร์จะเกลียดปัญหาและชอบบ่นว่าง่วง เขาก็ยังช่วยงานชิออนเท่าที่จะทำได้

และช่วยจัดการปัญหาทุกอย่างที่ปรกติแล้วจะต้องส่งมาถึงเขา

แถมยังเป็นห่วงสุขภาพของเขาอีก

"...…."

ชิออนมองชายขี้เซาผมดำและคิดว่าต้องขอบใจให้ได้สักที

ฉันดีใจมากที่นายกลับมา -- อยากจะบอกหมอนี่แบบนี้

เลยคว้าขวดหมึกบนโต๊ะมาเปิดฝาออก แล้วเขวี้ยงใส่ไลเนอร์สุดแรง ขวดซัดเปรี้ยงที่หัวไลเนอร์

"เหวอ โอ้ย !?"

ไลเนอร์ร้องแล้วมองขึ้นมา หมึกทะลักสาดใส่หน้าจนหมดขวด

"แก๊ ! ทำอะไรของแก !?"

 ไลเนอร์แว๊ด แต่ชิออนยิ้ม

"ก็แค่แสดงความขอบใจที่ช่วยเหลือกันมาน่ะ ไลเนอร์"

"แบบนี้มันขอบคุณตรงไหนฟะ ?!"

ไลเนอร์กำขวดหมึกแน่น

"เฮอะ ก็ทิ้งฉันไปนอนอู้เองนี่หว่า~"

"ก็แกทิ้งฉันไว้แล้วออกไปเดินเล่นนี่หว่า !"

"ก็กลับมาแล้วไง"

"คิดว่าฉันสนเรอะ !?"

"กลับมาแล้วครับ~"

"ช่างแกสิเว้ยยยยยยย ให้ตายเหอะ ขอล่ะ นี่ฉันทำงานให้มาสองวันติดแล้วนะ..."

"ขอเป็นสาม แล้วค่อย..."

"อย่ามาล้อเล่นนะเฟ้ยยยย !"

ไลเนอร์ขัดชิออนแล้วกรีดร้องโหยหวน

แน่นอนว่าเขาเข้าใจความรู้สึกนั้นดี รู้ซึ้งอย่างสุดแสนเชียวล่ะ แต่ชิออนก็สวมวิญญาณปีศาจ และพูดพลางชี้ไปยังกองงานที่ยังค้างอยู่ทางด้านซ้าย

"ก็ดูสิ ยังเหลืออยู่อีกตั้งเยอะ"

ไลเนอร์มองกองเอกสารด้วยสายตาง่วงซึม เขาแกว่งมืออย่างไม่ไยดีแล้วโยนขวดหมึกกลับไป ไม่ใช่ที่ชิออน แต่ตรงไปที่กองเอกสารสูงเท่าภูเขา ซึ่งถล่มลงหลังจากโดนกระแทก

ชิออนมองภูเขาเอกสารถล่ม

"...มันเก็บยากนะ"

เขาพึมพำ

"เห็นมั้ย ! เห็นมั้ย ! นายเหนื่อยจนไม่มีอารมณ์จะมาโกรธแล้วด้วยซ้ำ !

ให้ตาย พอเหอะ นอนพักซะ เข้าใจไหม ทำงานโต้รุ่งมันงี่เง่าสิ้นดี ฉันเกลียดงานมากจนแค่ได้ยินคำว่า 'งาน' เมื่อไหร่ก็แทบจะกลายเป็นขี้เถ้าแล้ว แล้วเล่นให้ฉันมาทำงานโต้รุ่งเนี่ยมันก็สุดจะงี่เง่าจนอยากจะฆ่านายให้ได้แล้ว บ้าเอ้ย"

ไลเนอร์บ่นยาวเฟื้อย ชิออนถาม

"ได้งีบไปนิดนึงแล้วกระปรี้กระเปร่าขึ้นเยอะเลยนี่ ?"

"เปล่าซะหน่อย"

"งั้นคงทำงานต่อได้อีกหน่อย…"

"ไม่ทำแล้ว จะกลับบ้านล่ะ"

ไลเนอร์ลุกขึ้นอย่างสลึมสลือ

"นายเองก็กลับบ้านเหอะ กลับบ้านไปนอนไป๊"

ชิออนยักไหล่

"จะให้กลับไปไหนล่ะ ?"

"ไม่รู้สิ"

"งั้นของนายคือที่ไหนล่ะ ?"

"ที่ไหนก็ได้ที่ไม่มีนายอยู่"

"ฮ่า ๆ"

ชิออนห่อไหล่ พลางคิด

พวกเขาทั้งคู่ไม่มีบ้านที่แท้จริงหรอก

ไม่สิ แม้แต่ครอบครัวพวกเขาก็ไม่มี

เพราะทุกคนตายไปหมดแล้ว

ก่อนนี้ โรแลนด์ฟอนเฟะไปถึงแก่น และชีวิตก็แสนถูก

เพื่อนฝูงและครอบครัวของพวกเขาจึงล้มตายไป และในฐานะผู้ที่รอดมา พวกเขาจึงสนิทกันมาก และพยายามจะมีชีวิตอยู่อย่างสุดกำลัง

เพื่อให้ประเทศนี้ดีขึ้นอีกสักนิด

เพื่อจะได้มีคนอย่างพวกเขาน้อยลง

พวกเขาย้อนเวลากลับไปไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้น ก็อยากจะสร้างอนาคตที่สว่างไสวกว่านี้

ดังนั้น

"...งั้น เดี๋ยวฉันจะทำงานต่ออีกหน่อย..."

ชิออนตั้งใจจะหยิบเอกสาร

แต่คลื่นความวิงเวียนจู่โจมเขา มันเหมือนกับทุกที อาการเวียนหัวที่เล่นงานเขาอยู่ทุกวันตั้งแต่ที่รับเอา ผู้กล้า มา

แล้วความทรงจำของเขาก็หมุนไป

ความทรงจำลึกลับที่ไม่ใช่ของตัวเขา

ความทรงจำดำมืด

ความทรงจำของอสูรกาย

ความทรงจำของอสูรกายฉายภาพอยู่ภายในหัวเขา ราวกับพยายามจะแย่งชิงการควบคุมไปจากชิออน พยายามยึดอิสรภาพของเขา ทรมานทั่วทั้งร่างเขาด้วยความเจ็บปวด แล้วทิวทัศน์แปลกตาก็ปรากฏขึ้นในหัว

มันคือทุ่ง

ดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่เหนือทุ่ง

แต่ทุกสิ่งมืดมิด

มืดมิดอย่างยิ่ง

ไม่มีสิ่งใดนอกจากความมืด

"...…."

เขารู้สึกว่ามีเสียงเรียกเขาจากที่ไกลออกไป

ใครสักคนกำลังพยายามพูดอะไรบางอย่าง

แต่เขาจับถ้อยคำเหล่านั้นไม่ได้

"….ออน…"

มีใครกำลังเรียกชื่อเขาจากที่ไกล ๆ แต่เขาไม่อาจหาเวลามาตอบได้

มีเพียงความมืด ความมืด และเขา--

ตอนนั้นเอง

"….เฮ้ย ชิออน ! เป็นอะไรรึเปล่า !?"

เสียงดังลั่นอยู่ข้างหู

ชิออนได้สติเพราะเสียงนั้น เขาเงยหน้าขึ้น เห็นไลเนอร์ยืนอยู่ที่นั่น

ความมืดหายไป

ทุ่งก็เช่นกัน

เหลือแต่ใบหน้าของเพื่อนสนิทของเขาซึ่งมองลงมาด้วยความเป็นห่วง กำลังจับไหล่ทั้งสองข้างของชิออน เหมือนต้องการยืนยันว่าเขาตื่นแล้ว

ชิออนมองสองมือนั้น แล้วยิ้ม เขายิ้มอย่างอ่อนโยนและรื่นเริง

กลั้นความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วร่างและยิ้ม

"...อ้าว~ หลับไปเหรอเนี่ย"

เขาพูดขึ้น

"ท่าทางฉันก็จะง่วงแฮะ ไม่นอนไม่ได้จริง ๆ ด้วย หัวมันว่างไปชั่ววูบเลย"

ไลเนอร์มองเขาด้วยสีหน้า 'ก็บอกแล้ว !'

"หัวว่างไปชั่ววูบเรอะ…? ให้ตายสิ จริง ๆ เลย วันนี้ห้ามทำงานแล้ว นายได้ตายแน่ถ้ายังทำแบบนี้ รู้ตัวไหม ?"

ชิออนพยักหน้า

"อืมก็ถูก จะเก็บไปคิดดู"

"โฮ่ หนนี้จริงใจแฮะ"

"ฉันก็จริงใจตลอดไม่ใช่เรอะ ?"

"อยากอ้วกว่ะ"

ไลเนอร์พูดหน้าตาย ชิออนหัวเราะ แล้วหยิบเอกสารมาอีกแผ่น

"งั้นเดี๋ยวทำไอ้นี่เสร็จจะไปนอน..."

"ไม่ได้เก็บไปคิดเลยนี่หว่า"

ไลเนอร์เบิ๊ดหัวเขา

ชิออนกุมหัวตัวเองแล้วเงยหน้าขึ้นมองไลเนอร์

"เจ็บนะเฟ้ย"

"ก็นั่นล่ะประเด็น ครั้งหน้าถ้าไม่ยอมนอน ฉันจะซัดให้หมอบเลย เข้าใจไหม ?"

เขาบอก และชิออนก็ยิ้มอีกครั้ง

เขายิ้มทั้งที่รู้สึกเหมือนกำลังร้องไห้

"ก็ได้" เขาตอบ

"จะไปงีบสักหน่อย" เขายืนขึ้น แล้วชี้ไปที่ห้องนอนข้าง ๆ ห้องทำงาน

"ไปนอนด้วยกันไหมล่ะ..."

"ไปตายเองไป"

"อ๊ะฮ่าฮ่า"

"อ๊า โธ่ เลิกพูดไร้สาระแล้วหลับซะทีเถอะ ฉันจะกลับโรงแรมไปนอนแล้ว"

"โอเค อีกสองชั่วโมงเจอกัน..."

ชิออนโบกมือ ไลเนอร์พยักหน้าแล้วหลังหันให้เขา ขณะที่เดินไปที่ทางออกอย่างงุ่นง่าน เขาก็พูดขึ้นว่า

"อีกสองร้อยชั่วโมงค่อยเจอกัน"

"จะไม่กลับมาสิบวันเลยเรอะ ?"

"ไม่อยากกลับมาอีกเลยเฟ้ย"

"แต่ก็จะมา ใช่ไหม ?"

ไลเนอร์ยักไหล่แล้วออกจากห้องไป

ชิออนมองประตูแล้วยักไหล่ เขาตั้งใจจะกลับไปที่โต๊ะ แต่

"...…."

เราจะพัก เขาเคาะหัวตัวเองแล้วยิ้มอย่างขมขื่น พาตัวเองไปที่ห้องนอน ชิออนนอนลงบนเตียง

แต่ต่อให้หลับความเจ็บปวดก็จะไม่หายไป

ความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วร่างนี้จะไม่หายไปไหน

เขารู้มาตั้งแต่แรกแล้ว ตั้งแต่ทำสัญญากับลูซีลและตัดสินใจจะรับ ผู้กล้า เข้ามาในร่างตัวเอง

และเมื่อไหร่ที่เขาหลับตา ความทรงจำก็จะกลับมา

ความทรงจำของอสูรตนนั้นจะกลับมา

 

ความทรงจำของอสูรอาละวาดอยู่ภายในตัวเขา ล่วงละเมิดรุกล้ำ และทำลายสติของเขา

"...…."

ชิออนหลับตา

แต่ห้วงนิทราก็ไม่มาโปรด

สิ่งที่จู่โจมเขาคือความเจ็บปวด สิ้นหวัง และฉากมืดดำที่เพิ่งได้เห็นไปเมื่อครู่

ดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่เหนือทุ่งอันรกร้าง

แต่ทุกสิ่งมืดมิด

ความมืดแผ่ขยาย ราวกับจะปกคลุมให้ทั่วทั้งโลก--

 

และปีศาจเดียวดายอยู่ที่นั่น

 

ปีศาจเดียวดายที่มีใบหน้าเหงาหงอย ยืนนิ่งล้อความวิเวกที่อาบทอดร่าง

เขาจ้องมองปีศาจ

เขาจ้องมองปีศาจอันงดงามผู้กำลังมองมาทางเขาด้วยสายตาที่อ่อนโยนและดวงจันทร์ที่อยู่ด้านหลัง

เขาเรียกชื่อปีศาจที่อยู่เบื้องหน้า

 

"ไลเนอร์"

 

และปีศาจก็ตอบ

อย่างเปี่ยมสุข อ่อนโยน ปิติ เปลี่ยวเหงา--

 

"...อ้ะ….อา นี่ไง ในที่สุดนายก็เรียกชื่อฉันแล้ว ชิออน"

 

ปีศาจกล่าว

 

 

 

และเมื่อเขามองความทรงจำนี้ ทุกสิ่งก็เริ่มล่มสลาย

 

  

Comment

Comment:

Tweet